นี่คือบทความที่เรียบเรียงและสรุปความรู้จากเอกสาร “AI Assistant เครื่องมืออัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน”
ก้าวสู่ยุคใหม่ของการทำงาน: เปลี่ยน “งานหนัก” ให้เป็น “งานฉลาด” ด้วย AI Assistant

ทำความรู้จักกับ AI ในโลกปัจจุบัน (The AI Era)
- Definition: ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ แต่คือซอฟต์แวร์ที่เรียนรู้และคิดวิเคราะห์เพื่อช่วยมนุษย์แก้ปัญหา
- Generative AI in Action: เน้นย้ำพลังของการ “สร้างสรรค์” เนื้อหาใหม่ (Text, Image, Code) ที่ลดขั้นตอนจาก 0 ไปถึง 80 ได้ในพริบตา
- AI กับความยั่งยืน: การใช้ AI เพื่อลดภาระงานซ้ำซ้อน (Low-value tasks) เพื่อให้คนทำงานได้โฟกัสกับงานที่มีคุณค่าสูง (High-value tasks) ซึ่งเป็นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ยั่งยืนที่สุด
ทำไมต้องใช้ AI Assistant?
คุณเคยรู้สึกไหมคะว่างานรูทีนในแต่ละวัน เช่น การร่างบันทึกข้อความหรือสรุปรายงานการประชุม ใช้พลังงานและเวลาเราไปมหาศาล วันนี้เรา จะขอพาทุกท่านมา ‘ลงมือทำจริง’ ในหลักสูตร Generative AI in Action ค่ะ เราจะมาเปลี่ยนวิธีทำงานแบบเดิมๆ ด้วยการใช้ AI Assistant มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว เพื่อให้ทุกท่านกลายเป็นกำลังคนสมรรถนะสูงที่ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าที่เคยค่ะ
ในยุคปัจจุบัน AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน (Routine Tasks) เพื่อให้ท่านมีเวลาโฟกัสกับงานที่มีคุณค่าสูง (High-Value Tasks)
- Efficiency: ลดเวลาการทำงานเอกสารจาก 1 ชั่วโมง เหลือ 10 นาที
- Quality: ตรวจสอบความถูกต้องของภาษาและข้อมูล
- Accessibility: ช่วยให้คนที่ไม่มีทักษะเทคนิคทำงานยากๆ ได้ (เช่น เขียนสูตร Excel)


การเตรียมตัวเป็น “กำลังคนสมรรถนะสูง” (Future Workforce)
- AI as a Co-pilot มนุษย์คือนักบินหลัก AI คือผู้ช่วยอัจฉริยะ ความสำเร็จขึ้นอยู่กับ “ทักษะการสั่งการ” ของมนุษย์
- Growth Mindset & AI Literacy การเรียนรู้ที่จะ “อยู่ร่วม” และ “ใช้งาน” AI คือทักษะอยู่รอด (Survival Skill) ในโลกการทำงานยุคใหม่
คำถามชวนคิด
| “งานไหนในปัจจุบันที่ท่านรู้สึกว่าเสียเวลามากที่สุด?” เพื่อดึงเข้าสู่เนื้อหาปฏิบัติในช่วงถัดไปที่จะเป็นเรื่องของ “เครื่องมือ AI ผู้ช่วยในการทำงาน” ค่ะ |
ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแย่งงานมนุษย์ แต่ถูกนำมาใช้เพื่อ “ขยายขีดความสามารถ” ของเรา เป้าหมายสำคัญของการนำ AI มาใช้คือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจาก “งานหนัก” ให้กลายเป็นการทำ “งานฉลาด” โดยลดเวลาที่ต้องเสียไปกับงานเอกสารหรืองาน Routine ที่น่าเบื่อซ้ำซาก และเพิ่มเวลาให้กับความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
Mindset แห่งอนาคต: มนุษย์คือนักบินหลัก AI คือผู้ช่วยอัจฉริยะ
ทักษะความอยู่รอด (Survival Skill) ในโลกการทำงานยุคใหม่ คือการเรียนรู้ที่จะ “อยู่ร่วม” และ “ใช้งาน” AI คนทำงานจำเป็นต้องมี Growth Mindset และปรับเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากผู้ลงมือทำ (User/Doer) ไปสู่การเป็น “ผู้ตรวจทานและตัดสินใจ” (Manager/Editor/Decision Maker) โดยมอง AI ในฐานะ “Co-pilot” หรือผู้ช่วยส่วนตัว
5 เครื่องมือ AI ตัวท็อปที่คนทำงานต้องรู้จัก การเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงานคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ โดยมี AI 5 ตัวเด่นๆ ได้แก่
- ChatGPT (OpenAI) เปรียบเสมือน “นักคิดผู้สร้างสรรค์” เหมาะสำหรับการหาไอเดียใหม่ๆ การเล่าเรื่อง เขียนโค้ด และแก้ปัญหาซับซ้อน
- Microsoft Copilot ทำหน้าที่เป็น “เลขาคู่ใจชาว Office” สรุปอีเมล สร้างสไลด์ หรือทำงานร่วมกับโปรแกรมใน Microsoft 365
- Gemini (Google) “ผู้ช่วยสารพัดประโยชน์” จุดเด่นคือเป็น Multimodal สามารถอ่านได้ทั้งภาพและข้อความ และเชื่อมต่อกับ Google Workspace ได้ดี
- Claude (Anthropic) “นักเขียนภาษาสวย” มีจุดเด่นด้านการใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ (Human-like) และเก่งที่สุดในการสรุปเอกสารยาวๆ
- NotebookLM ทำหน้าที่เสมือน “บรรณารักษ์ส่วนตัว”
ศิลปะการสั่งงาน AI ด้วยเทคนิค C-R-E-A-T-E ความสำเร็จในการใช้งาน AI ขึ้นอยู่กับ “ทักษะการสั่งการ” (Prompt Engineering) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและแม่นยำที่สุด ควรเขียนคำสั่งโดยอาศัยองค์ประกอบ 6 ส่วน หรือโครงสร้าง C-R-E-A-T-E ดังนี้

- C – Context (บริบท) บอกที่มาที่ไป สถานการณ์ และเงื่อนไขต่างๆ ให้ AI ทราบ การให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ AI เข้าใจสถานการณ์ เช่น เราคือใคร กำลังทำโครงการอะไร และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง (เช่น ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ)
- R – Role (บทบาท) สั่งให้ AI สวมบทบาทเป็นใคร เช่น สวมบทบาทเจ้าหน้าที่งานสารบรรณ หรือนักวิเคราะห์นโยบาย เคล็ดลับสำคัญคือ การกำหนดบทบาทที่ชัดเจนจะช่วยให้ AI เลือกใช้ภาษาและโครงสร้างที่เหมาะสมที่สุดได้
- E – Explicit Task (งานที่ชัดเจน) ระบุคำสั่งให้ชัดเจนว่าต้องการให้ทำอะไร เช่น ร่างจดหมาย สรุปเนื้อหา หรือวิเคราะห์ข้อมูล
- A – Audience (ผู้รับสาร) ระบุว่ากลุ่มเป้าหมายหรือคนอ่านคือใคร นำงานนี้ไปใช้กับใคร เพื่อให้ AI ปรับระดับเนื้อหาให้เหมาะสม เช่น เขียนเพื่อรายงานผู้บริหาร หรือสื่อสารกับนักศึกษา
- T – Tone (น้ำเสียง) กำหนดรูปแบบภาษา เช่น กำหนดระดับภาษา (ทางการ/สุภาพ/เป็นกันเอง) พร้อมระบุรูปแบบคำตอบที่ต้องการ เช่น สรุปเป็นตาราง, Bullet points หรือเรียงความ
- E – Example (ตัวอย่าง) แนบข้อมูลดิบ หรือตัวอย่างรูปแบบที่ต้องการให้ AI ดูเป็นต้นแบบเพื่อเป็นแนวทาง (Reference) ให้ AI เดินตาม จะช่วยให้ผลลัพธ์ตรงตามมาตรฐานที่ต้องการมากที่สุด
สรุป หัวใจสำคัญคือสูตร “C-R-E-A-T-E”
| ตัวย่อ | ความหมาย | คำอธิบาย |
| C | Context | บริบท: บอกที่มาที่ไป สถานการณ์ปัจจุบัน |
| R | Role | บทบาท: สั่งให้ AI สวมหมวกผู้เชี่ยวชาญด้านไหน |
| E | Explicit Task | งานที่ชัดเจน: สั่งให้ทำอะไร (สรุป, ร่าง, วิเคราะห์) |
| A | Audience | กลุ่มเป้าหมาย: ใครคือคนอ่านงานนี้ |
| T |
Tone |
น้ำเสียง: ทางการ, กันเอง, โน้มน้าวใจ |
| E |
Example |
ตัวอย่าง: (ถ้ามี) รูปแบบที่อยากได้ |
ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ AI ช่วยเขียนบันทึกข้อความราชการ แทนที่จะสั่งสั้นๆ ว่า “เขียนร่างหนังสือเชิญให้หน่อย” ซึ่งกว้างเกินไป ควรใช้สูตร CREATE โดยสั่งว่า “ฉันเป็นเจ้าหน้าที่สำนักวิทยบริการฯ (Context) จงสวมบทบาทนักเขียนงานสารบรรณมืออาชีพ (Role) ช่วยร่างบันทึกข้อความเชิญอบรม (Task) เพื่อส่งถึงบุคลากรทุกคน (Audience) ด้วยภาษาราชการที่ถูกต้อง (Tone) ตามรูปแบบมาตรฐานนี้… (Example)”
AI ผู้ช่วยงานเขียน (Content & Official Writing)
วัตถุประสงค์: ฝึกการใช้ AI เขียนงานเอกสาร 3 รูปแบบ (ทางการ / กึ่งทางการ / สร้างสรรค์) ฝึกเขียนคำสั่ง (Prompt) เพื่อให้ AI ร่างเอกสารในสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้
ขั้นตอนการปฏิบัติ
- เปิดโปรแกรม AI (แนะนำ Gemini หรือ ChatGPT)
- พิมพ์คำสั่งโดยระบุโครงสร้าง C-R-E-A-T-E
- ระบุ Prompt
- การปรับปรุง (Refinement): ตรวจสอบผลลัพธ์ หากภาษายังไม่ทางการพอ ให้พิมพ์สั่งเพิ่มว่า “ขอปรับภาษาให้เป็นทางการขึ้น และกระชับกว่านี้”
Prompt ตัวอย่างที่ 1 งานราชการ (Official Memo) เน้นความถูกต้องของระเบียบ รูปแบบ และภาษาที่เป็นทางการ
| “ฉันเป็นเจ้าหน้าที่สำนักวิทยบริการฯ (Context) ขอให้คุณสวมบทบาทเจ้าหน้าที่งานสารบรรณชำนาญการ (Role) ช่วยร่าง ‘บันทึกข้อความขออนุมัติจัดโครงการ’ (Task) เพื่อเสนอต่อผู้อำนวยการ (Audience) โดยมีเนื้อหาคือ จัดอบรม AI วันที่ 4-5 มี.ค. 69 ของบประมาณ 30,460 บาท ขอภาษาที่เป็นทางการถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ (Tone) และจัดรูปแบบมีส่วนหัวข้อความ (ส่วนราชการ, ที่, วันที่, เรื่อง) และส่วนเนื้อหา (เรียน, ข้อความ, จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา) (Example)“ |
Prompt ตัวอย่างที่ 2
งานสื่อสารภายใน/อีเมล (Professional Email) เน้นความสุภาพ กระชับ และสื่อสารประเด็นสำคัญได้ชัดเจน (Soft Skills)
สถานการณ์ ท่านต้องเขียนอีเมลตามงานหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ให้ส่งรายชื่อผู้เข้าอบรมภายในวันศุกร์นี้
| “ช่วยร่างอีเมลติดตามงาน (Task) เพื่อส่งถึงหัวหน้าฝ่ายทุกฝ่ายในสำนักฯ (Audience) เรื่อง ‘ขอความอนุเคราะห์ส่งรายชื่อผู้เข้าอบรมโครงการ AI’ ภายในวันศุกร์นี้ (Context) ขอให้ใช้ภาษากึ่งทางการที่สุภาพ นุ่มนวล แต่มีความกระตือรือร้น (Professional & Polite) (Tone) โดยระบุว่าหากส่งช้ากว่ากำหนดอาจกระทบการจองอาหารว่าง” |
Prompt ตัวอย่างที่ 3 การเขียนหลักการและเหตุผลโครงการ (Project Rationale) เน้นการเชื่อมโยงนโยบาย ความสำคัญ และภาษาเชิงวิชาการ (Strategic & Academic Writing)
สถานการณ์ ท่านกำลังจัดทำเล่มโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ และต้องการเขียน “หลักการและเหตุผล” ให้น่าเชื่อถือ
| “ฉันกำลังจัดทำโครงการอบรม ‘Generative AI in Action’ สำหรับบุคลากรสายสนับสนุน (Context) ขอให้คุณสวมบทบาทนักวิเคราะห์นโยบายและแผนผู้เชี่ยวชาญ (Role) ช่วยเขียนหัวข้อ ‘หลักการและเหตุผล’ ของโครงการนี้ ความยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ (Task) เพื่อเสนอขออนุมัติงบประมาณจากมหาวิทยาลัย (Audience) โดยต้องเชื่อมโยงเนื้อหา 3 ประเด็นหลัก: 1. ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน 2. ความจำเป็นที่ต้อง Upskill บุคลากรเพื่อรองรับ Digital Transformation 3. ประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อบุคลากรทำงานได้เร็วขึ้น (Constraints) ขอภาษาที่เป็นทางการ เชิงวิชาการ มีการอ้างอิงสถานการณ์โลก และโน้มน้าวให้เห็นความสำคัญ (Tone)“ |
ข้อควรระวังและเทคนิคเพิ่มเติม
แม้ AI จะเก่งกาจ แต่ก็มีอาการ “หลอน” (Hallucination) หรือการสร้างข้อมูลเท็จขึ้นมาได้อย่างมั่นใจ (Confidently Wrong) ผู้ใช้งานจึงต้องบังคับให้ AI อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น (Grounding) และหากได้ผลลัพธ์ในครั้งแรกยังไม่ถูกใจ สามารถใช้เทคนิคการปรับปรุง (Refinement) โดยพิมพ์สั่งแก้ต่อได้ทันที เช่น “ขอปรับภาษาให้เป็นทางการขึ้น และกระชับกว่านี้”
สรุป
การเรียนรู้ศิลปะในการสั่งงาน AI อย่างถูกต้องและมีทัศนคติที่เปิดรับ จะช่วยยกระดับศักยภาพของเรา เปลี่ยนกระบวนการทำงานที่เหนื่อยล้าให้กลายเป็น Roadmap สู่ความสำเร็จ และ “เปลี่ยนงานหนัก ให้เป็นงานฉลาด” ได้ในที่สุด




























