
เทคนิคการใช้ AI ช่วยเขียนคอนเทนต์ให้ “ปัง” จากการสั่งงาน (Prompt) สู่ยอดขาย
ในยุคที่คอนเทนต์มีความสำคัญพอๆ กับคุณภาพสินค้า การมี “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” หรือ AI เข้ามาช่วยงานเขียน ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดเวลา แต่ยังช่วยสร้างสรรค์มุมมองใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ของคุณได้อีกด้วย
แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ทำไม AI เขียนออกมาแล้วดูไม่ค่อยโดนใจ?” วันนี้เราจะมาเจาะลึกความลับของการสร้างผลงานที่สวยงามด้วยเทคนิคการสั่งงาน AI และ 7 สูตรเด็ดในการเขียนโฆษณาครับ
Prompt คืออะไร? ทำไมยิ่งชัดเจน ผลลัพธ์ยิ่งดี
Prompt (พรอมต์) คือ “ชุดคำสั่ง” ที่เราใช้สื่อสารกับ AI ยิ่งเราบอกรายละเอียดชัดเจนมากเท่าไหร่ ผู้ช่วยของเราก็จะทำงานได้ตรงใจมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ตัวอย่างความแตกต่างของคำสั่ง
-
คำสั่งไม่ชัดเจน “เขียนเรื่องน้ำพริกหน่อย”
-
ผลลัพธ์ “น้ำพริกรสเด็ด อร่อย” (สั้นและดูธรรมดาเกินไป)
-
-
คำสั่งที่ชัดเจน “ช่วยเล่าเรื่องที่มาของน้ำพริกสูตรคุณยาย ที่ทำด้วยความรัก ให้คนอ่านรู้สึกอบอุ่น”
-
ผลลัพธ์ “จากสวนพริกหลังบ้านสู่ครกหินใบเก่าของคุณยาย… น้ำพริกทุกคำคือความรักและความทรงจำที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น”
-
7 สูตรเด็ด เขียนโฆษณาขายสินค้าให้ปังบน Social Media
หากคุณกำลังจะเขียนคอนเทนต์ลง Facebook หรือ TikTok ลองหยิบ 7 สูตรนี้ไปประยุกต์ใช้กับ AI ของคุณดูครับ:
-
เล่าเรื่องกินใจ ใช้เมื่อต้องการสร้างความผูกพัน (Emotional Connection) ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
-
ของดีมีจำกัด ใช้กระตุ้นการตัดสินใจ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าต้อง “รีบซื้อ” ก่อนจะพลาดโอกาส
-
เกาให้ถูกที่คัน เน้นการนำเสนอวิธี “แก้ปัญหาให้ลูกค้า” อย่างตรงจุด
-
ชวนคุยสร้างเพื่อน ใช้สร้างปฏิสัมพันธ์ (Engagement) เพื่อสร้างชุมชนหรือกลุ่มแฟนคลับ
-
เป็นผู้รู้คู่บ้าน เน้นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อ “สร้างความน่าเชื่อถือ” ให้กับแบรนด์
-
ขายความรู้สึก ไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่เป็นการ “ขายภาพลักษณ์” หรือไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าจะได้สัมผัส
-
หมัดเด็ดใน 3 วินาที เทคนิคการพาดหัวหรือเปิดคลิปเพื่อ “หยุดคนดูทันที” ไม่ให้เลื่อนผ่าน
สรุปการทำงานร่วมกับ AI
หัวใจสำคัญคือการบอก “สินค้า + ความรู้สึก” ที่ต้องการสื่อออกไป เมื่อเราถ่ายทอดความต้องการให้ผู้ช่วย AI ได้อย่างแม่นยำ ผลงานที่ออกมาก็จะสวยงามและทรงพลัง พร้อมสร้างยอดขายให้ธุรกิจของคุณได้ทันที

สูตรที่ 1 เล่าเรื่องกินใจ (Storytelling)
การขายของไม่ใช่แค่การบอกสรรพคุณ แต่คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกร่วมไปกับเรา
1. เป้าหมาย (The Goal)
-
สร้างความผูกพันทางอารมณ์กับลูกค้า
-
ทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นหัวใจและอยากสนับสนุนสินค้าของเราด้วยความเต็มใจ
2. วิธีการเขียน (How-to)
-
เล่าถึงที่มาที่ไป หรือความตั้งใจจริงในการสร้างสรรค์สินค้านี้
-
ตัวอย่าง: “กว่าจะได้สูตรนี้มา คุณยายต้องลองผิดลองถูกมา 30 ปี คัดวัตถุดิบเองกับมือทุกอย่าง”
-
เขียนให้คนอ่านสัมผัสได้ถึงความจริงใจ
-
ปิดท้ายด้วยการเชิญชวนให้ลองชิมหรือลองใช้
3. ตัวอย่างคอนเทนต์ (The Result)
“น้ำพริกคุณยายสูตรนี้… ไม่ใช่แค่น้ำพริกค่ะ แต่มันคือความทรงจำทั้งชีวิตของคุณยายที่อยากส่งต่อให้ลูกหลานได้ทานของอร่อยและปลอดภัย… อยากให้ลองชิมความรักในกระปุกนี้ดูสักครั้งนะคะ ❤️”
Prompt :
“ช่วยเขียนแคปชั่นขาย [ชื่อสินค้า] โดยใช้สูตร Storytelling ให้คนอ่านรู้สึกอบอุ่นและอยากสนับสนุนแบรนด์ โดยเน้นเรื่องที่มาและความตั้งใจที่ว่า [เล่าที่มาสั้นๆ เช่น ทำตามสูตรดั้งเดิมของคุณยาย] เขียนให้สัมผัสถึงความจริงใจและปิดท้ายด้วยการชวนให้มาลองสัมผัสด้วยตัวเอง” |

สูตรที่ 2 ของดีมีจำกัด (Scarcity & FOMO)
มนุษย์เรามักจะตัดสินใจได้เร็วขึ้น เมื่อรู้ว่ากำลังจะพลาดโอกาสสำคัญไป
1. เป้าหมาย (The Goal)
-
กระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อทันที
-
ใช้หลักการ FOMO (Fear Of Missing Out) หรือความกลัวที่จะพลาดของดี
2. วิธีการเขียน (How-to)
-
เน้นย้ำถึงความ “พิเศษ” หรือการ “มีจำนวนจำกัด”
-
ตัวอย่าง: “ผลิตมาแค่ 50 ผืนเท่านั้น” หรือ “ราคานี้เฉพาะสัปดาห์นี้”
-
ใช้ภาษาที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าช้าคือพลาดแน่นอน
-
ปิดท้ายด้วยคำกระตุ้น (Call to Action) ที่ชัดเจน เช่น “รีบทักก่อนหมด!”
3. ตัวอย่างคอนเทนต์ (The Result)
“เหลือ 5 ผืนสุดท้าย! ✨ ผ้าซิ่นทอมือจากฝ้ายธรรมชาติ ย้อมสีเปลือกมังคุด ลายพิเศษที่ทำขึ้นปีละครั้งเท่านั้น หมดแล้วหมดเลยรออีกทีปีหน้า นะคะ ใครอยากเป็นเจ้าของความงามนี้ รีบทักแชทมาเลยค่ะ! 🔥”
Prompt :
“ช่วยเขียนโพสต์ขาย [ชื่อสินค้า] โดยใช้สูตร Scarcity เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อทันที ระบุรายละเอียดว่ามีจำนวนจำกัดเพียง [ระบุจำนวนหรือเงื่อนไขเวลา] เท่านั้น ใช้ภาษาที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าช้าจะพลาดโอกาสสำคัญ และปิดท้ายด้วยคำกระตุ้น (Call to Action) ที่ชัดเจนให้รีบทักแชท” |

สูตรที่ 3 เกาให้ถูกที่คัน (จี้จุดปัญหา)
การขายที่ดีไม่ใช่การนำเสนอ “สรรพคุณ” แต่เป็นการนำเสนอ “ทางออกของปัญหา” สูตรนี้จะเน้นการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราเข้าใจสิ่งที่เขาเผอะเจออยู่อย่างลึกซึ้ง
🎯 เป้าหมาย (Main Ingredient)
ทำให้ลูกค้าเห็นว่าเราเข้าใจปัญหาของเขาอย่างแท้จริง และนำเสนอสินค้าในฐานะ “ผู้ช่วย” ที่จะเข้ามาขจัดปัญหาเหล่านั้นให้หมดไป
📝 วิธีการเขียน (How-to)
-
เปิดด้วยคำถาม: เริ่มต้นด้วยประโยคที่จี้ใจดำหรือพูดถึงปัญหาที่ลูกค้ากำลังเจอ
-
ยกตัวอย่างสถานการณ์: เช่น “ปวดเข่าจนเดินขึ้นบันไดไม่ไหวใช่ไหม?” สำหรับกลุ่มผู้สูงวัย
-
อธิบายทางแก้: บอกเล่าว่าสินค้าของคุณจะช่วยแก้ปัญหาที่เขาเจอได้อย่างไร
-
Call to Action: ปิดท้ายด้วยการชวนให้สั่งซื้อเพื่อจบปัญหาที่น่ารำคาญใจ
ตัวอย่างข้อความ: > “นั่งนานๆ ทีไร ปวดคอ บ่า ไหล่ จนทำงานต่อไม่ไหวใช่ไหมคะ? อย่าทนค่ะ! แค่ทายาหม่องสมุนไพรสูตรเย็นของเรา นวดเบาๆ กลิ่นหอมสดชื่นจะช่วยให้ผ่อนคลาย หายปวดเป็นปลิดทิ้ง กลับมาทำงานต่อได้สบายๆ สั่งเลยวันนี้เพื่อบอกลาอาการปวดเรื้อรัง!”
Prompt :
“ช่วยเขียนคำโฆษณาสำหรับ [ชื่อสินค้า] โดยใช้สูตร Problem & Solution เริ่มต้นด้วยคำถามที่จี้จุดปัญหาเรื่อง [ระบุปัญหาที่ลูกค้าเจอ] จากนั้นอธิบายว่าสินค้าของเราจะเข้าไปเป็นผู้ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร และปิดท้ายด้วยการชวนสั่งซื้อเพื่อจบปัญหานี้” |
สูตรที่ 4 ชวนคุยสร้างเพื่อน (สร้างการมีส่วนร่วม)
การขายของยุคใหม่ไม่จำเป็นต้อง Hard Sell เสมอไป การสร้างความเป็นกันเองจะช่วยให้เพจของคุณดูมีชีวิตชีวาและสร้าง Community ที่เหนียวแน่นขึ้น
🎯 เป้าหมาย (Main Ingredient)
สร้างความเป็นกันเอง ชวนให้ลูกค้าเข้ามาพูดคุยและแสดงความคิดเห็น เพื่อเปลี่ยนเพจจากหน้าร้านธรรมดาให้กลายเป็นชุมชนเล็กๆ
📝 วิธีการเขียน (How-to)
-
ไม่ต้องเน้นขายตรงๆ: โฟกัสไปที่การสร้างบทสนทนามากกว่าการยัดเยียดสินค้า
-
ตั้งคำถามปลายเปิด: ให้เป็นคำถามที่ตอบง่ายและลูกค้ายากมีส่วนร่วม
-
ใช้ภาษาเพื่อนคุยกับเพื่อน: ใช้โทนเสียงที่ดูเป็นกันเอง สบายๆ ไม่เป็นทางการจนเกินไป
-
ตัวอย่างคำถาม: “วันหยุดนี้ ใส่เสื้อผ้าฝ้ายสีอะไรไปเที่ยวกันดีคะ?” หรือ “ใครเคยใส่เสื้อร้านเราไปเที่ยวไหน เอารูปมาอวดกันหน่อย”
ตัวอย่างข้อความ: “ชาวเรารวมตัวกันตรงนี้หน่อยค่าาา 😊 ระหว่างเสื้อผ้าฝ้ายสีฟ้าครามกับสีชมพูกลีบบัว เพื่อนๆ ว่าใส่สีไหนไปทำบุญวันพระหน้าจะสวยสดใสกว่ากันคะ? มาช่วยกันเลือกหน่อยเร๊ววว”
Prompt :
“ช่วยคิดโพสต์สำหรับเพจ [ชื่อแบรนด์/สินค้า] เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า โดยไม่ต้องเน้นขายตรงๆ แต่ให้ตั้งคำถามปลายเปิดเรื่อง [ระบุหัวข้อที่จะชวนคุย] ให้ลูกค้าอยากเข้ามาตอบหรือส่งรูปมาอวดกัน ใช้ภาษาที่เป็นกันเองเหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน” |
สูตรที่ 5 เป็นผู้รู้คู่บ้าน (ให้ความรู้และคุณค่า)
การสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ลูกค้าเปิดใจ เพราะเขารู้สึกว่าเราไม่ได้มาเพื่อ “ขายของ” เพียงอย่างเดียว แต่เรามาเพื่อมอบประโยชน์ให้เขาด้วย
🎯 เป้าหมายหลัก
-
สร้างความน่าเชื่อถือผ่านความรู้และความเชี่ยวชาญ
-
ทำให้ลูกค้ารับรู้ว่าเราเป็นผู้ให้ประโยชน์ ไม่ใช่แค่ผู้ขาย
📝 วิธีการเขียน (How-to)
-
ให้ความรู้สั้นๆ: นำเสนอเทคนิคที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับสินค้า
-
แบ่งเป็นข้อๆ: เขียนสรุปเป็นข้อ 1-2-3 เพื่อให้อ่านง่ายและจดจำได้ทันที
-
เชื่อมโยงสินค้าอย่างแนบเนียน: ในตอนท้ายค่อยดึงเข้าสู่สินค้าที่เราต้องการขายอย่างเป็นธรรมชาติ
-
ตัวอย่าง: การให้ความรู้เรื่อง “3 เคล็ดลับง่ายๆ ในการเก็บรักษาน้ำพริกให้อยู่ได้นาน”
หน้าตาอาหาร (ตัวอย่าง): เคล็ดลับก้นครัว! วิธีเก็บน้ำพริกให้อร่อยนานเป็นเดือน 🌶️
ใช้ช้อนแห้งและสะอาดตักเสมอ
ปิดฝาให้สนิททุกครั้ง
เก็บในตู้เย็นจะดีที่สุด… แต่ถ้าอยากได้ตัวช่วยที่ง่ายกว่านั้น “น้ำพริกคุณยาย” ของเราปรุงสดใหม่ ไม่ใส่สารกันบูด แต่อร่อยนานข้ามเดือนแน่นอนค่ะ
Prompt :
“ช่วยเขียนบทความสั้นๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับ [หัวข้อความรู้ที่เกี่ยวกับสินค้า] แบ่งเป็นข้อ 1-2-3 ให้อ่านง่าย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะผู้เชี่ยวชาญ แล้วตอนท้ายให้เชื่อมโยงเข้าสู่การแนะนำ [ชื่อสินค้า] อย่างเป็นธรรมชาติ” |
สูตรที่ 6 ขายความรู้สึก (เน้นอารมณ์)
บางครั้งสินค้าชิ้นเดิมอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมหาศาลหากเราสามารถ “ขายความรู้สึก” และคุณค่าทางใจ แทนการขายเพียงคุณสมบัติทางกายภาพ
🎯 เป้าหมายหลัก
-
นำเสนอภาพลักษณ์ ความรู้สึก และคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อใช้สินค้า
-
ก้าวข้ามการขายแค่ฟังก์ชันการใช้งาน
📝 วิธีการเขียน (How-to)
-
ลดรายละเอียดทางเทคนิค: ไม่ต้องเน้นส่วนผสมหรือสเปกสินค้ามากจนเกินไป
-
เน้นความรู้สึก: บรรยายว่าเมื่อใช้แล้วลูกค้าจะรู้สึกอย่างไร เช่น รู้สึกมั่นใจ, มีพลัง, โดดเด่น หรือสง่างาม
-
ใช้ภาษาที่สวยงาม: เลือกใช้คำที่ปลุกอารมณ์และเติมเต็มความฝัน
หน้าตาอาหาร (ตัวอย่าง): บางครั้ง… ความสุขก็มาในรูปแบบของความงามเล็กๆ ที่เรามอบให้ตัวเอง ✨ สวมสร้อยข้อมือเงินลายดอกพิกุลเส้นนี้ แล้วรู้สึกถึงความสง่างามและความมั่นใจที่เปล่งประกายออกมาจากข้างใน นี่ไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่นี่คือรางวัลสำหรับผู้หญิงเก่งเช่นคุณ
Prompt :
“ช่วยเขียนแคปชั่นขาย [ชื่อสินค้า] โดยเน้นการขาย ‘ความรู้สึก’ และ ‘ภาพลักษณ์’ แทนการบอกสรรพคุณทางเทคนิค ใช้ภาษาสวยงามปลุกอารมณ์ให้คนอ่านรู้สึกว่าถ้าได้ใช้แล้วจะ [ระบุความรู้สึกที่ต้องการ เช่น มั่นใจ/สง่างาม] เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่านี่คือรางวัลสำหรับตัวเอง” |
สูตรที่ 7 หมัดเด็ดใน 3 วิ (ฮุกสั้นทรงพลัง)
ในโลกโซเชียลที่มีเนื้อหาผ่านตามากมาย คุณมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการ “หยุดนิ้วโป้ง” ของคนดู สูตรนี้จึงเน้นการเปิดประโยคแรกด้วยข้อเสนอที่ดีที่สุดหรือผลลัพธ์ที่น่าทึ่งที่สุด
เทคนิคการเขียน (How-to):
-
ดึงประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุด: คิดถึงสิ่งที่ลูกค้าจะได้ประโยชน์สูงสุด แล้วย่อให้เหลือเพียงประโยคเดียว
-
วางไว้บรรทัดแรก: ใส่ประโยคที่ทรงพลังที่สุดไว้เป็นส่วนเปิดทันที
-
กระชับและปิดการขาย: เนื้อหาที่เหลือให้ขยายความสั้นๆ แล้วปิดท้ายด้วยการเชิญชวนให้สั่งซื้อ
-
ตัวอย่าง “ดื่มก่อนนอนคืนนี้ หลับสนิทไม่ตื่นกลางดึกอีกเลย!” ตามด้วยข้อมูลผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรและช่องทางการสั่งซื้อ
Prompt :
“ช่วยเขียนโพสต์โฆษณา [ชื่อสินค้า] โดยใช้สูตร The Hook บรรทัดแรกต้องเป็นประโยคที่ทรงพลังที่สุดที่บอกประโยชน์สูงสุดคือ [ระบุผลลัพธ์ที่เด่นที่สุด] เพื่อหยุดนิ้วโป้งคนดูภายใน 3 วินาที เนื้อหาที่เหลือให้ขยายความสั้นๆ กระชับ แล้วปิดการขายทันที” |








